พฤติกรรมผู้บริโภค 2023

เจาะ Insight พฤติกรรมผู้บริโภค 2023 ที่คนสร้างแบรนด์ควรรู้

MEDICOS ขอส่งท้ายเดือนสุดท้ายของปี ด้วยข้อมูล Insight พฤติกรรมผู้บริโภค 2023 เอาใจผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสร้างแบรนด์ให้เตรียมพร้อมรับมือกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในปี 2023 จะมีข้อมูลน่าไหนสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลย


สารบัญเนื้อหา



พฤติกรรมผู้บริโภค 2023

จากข้อมูลที่รวบรวมโดย TCDC ได้สรุปแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2023 ออกมาได้ 4 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้

1. ช้อปเพื่อจุดประกายความสุข

แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค 2023 กลุ่มแรกเป็นผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าที่พรีเมียมเพื่อเป็นรางวัลตอบแทนให้กับตัวเองหลังจากผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตของโรคระบาดมา ผ่านการซื้อของออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อปรนเปรอความสุขให้กับตัวเอง เพื่อให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายและระบายความอัดอั้น โดยเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ Revenge Spending หรือ ‘ช้อปล้างแค้น’

ยิ่งไปกว่านั้นหลาย ๆ แบรนด์เริ่มปล่อยแคมเปญ BNPL (ฺBuy Now Pay Later) หรือ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น และข้อดีที่แบรนด์จะได้รับ คือ ไม่ต้องทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า แต่ผลตอบรับที่ได้ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เพราะผู้บริโภคให้ความสนใจ และสามารถขายสินค้าได้ในราคาเท่าเดิม

2. จิตดีพร้อมมีคอมมิวนิตี้บำรุงใจ

พฤติกรรมผู้บริโภค 2023 กลุ่มต่อมาเป็นผู้บริโภคที่มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติที่อยากจะใช้ชีวิตแบบคำนึงถึงคุณค่าของชีวิต ธรรมชาติ และคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น อาจส่งผลมาจากการระบาดของโควิด ที่ทำให้เห็นถึงการสูญเสียหลาย ๆ สิ่ง และเห็นคุณค่าของชีวิต สิ่งที่สำคัญกับตัวเอง เช่น ครอบครัว และเพื่อน 

โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมจาก WGSN ตั้งแต่ปี 2560 ชาวเอเชียได้หันไปใช้ชีวิตในชนบทมากขึ้น โดยให้ความสำคัญต่อการพักผ่อน ซึ่งมีส่วนที่ส่งผลต่อด้านจิตใจ ธุรกิจแบรนด์ต่าง ๆ จึงได้หันมาทำธุรกิจที่เติมเต็มความสุข สร้างพื้นที่ผ่อนคลาย มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค เช่น การเปิด Work Shop ให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ

3. กำหมัดช้อปเมื่อทุกการซื้อคือการปฏิวัติ

พฤติกรรมผู้บริโภค 2023 กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงสร้างสังคม ความไม่เท่าเทียม การทำธุรกิจที่ไร้จริยธรรม โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้จะสนับสนุนแบรนด์ที่กล้าแสดงจุดยืน โปร่งใส และสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น

ที่สำคัญกลุ่มผู้บริโภคนี้จะมุ่งมั่นไปที่เรื่องการจัดระเบียบของสังคม โดยข้อมูลจาก CompareCards รายงานว่ากว่า 38% ของชาวอเมริกันรุ่นใหม่กำลังแบนบริษัทนายทุนที่ผูกขาดการซื้อขาย เพราะขาดความหลากหลายในตลาด โดยจะเปิดโอกาสให้ธุรกิจหรือแบรนด์เล็กสามารถเติบโตในตลาดได้มากยิ่งขึ้น

4. นักช้อปพันมือเอฟแล้วพร้อมโอนในทุกแพลตฟอร์ม

ผู้บริโภคกลุ่มสุดท้ายต้องการการช้อปปิ้งที่รวดเร็วทันใจ และราบรื่น การเลือกซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์จึงตอบโจทย์ ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงล็อกดาวน์ ส่งผลให้การไลฟ์สตรีมเกิดเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ผู้ขายค้าปลีก แบรนด์ต่างๆ หันมาทำการขายผ่านการไลฟ์ ทั้งใน Facebook, Shopee, Lazada และ Tiktok โดยช่องทางการขายเหล่านี้สามารถทำให้ผู้ขายสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรงและ real time  


นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากเวที Out Of Office: The Signals for The Future โดย คุณภาคย์ วรรณศิริ Chief Creative Office, Wunderman Thomson ได้พูดถึงการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคในยุค Post Pandemic ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมผู้บริโภค 2023 ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่ม Time Perception

เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่หวนระลึกถึงอดีต ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเชิงจิตวิทยา เพราะปัจจุบันและอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับรู้ได้ แต่เราสามารถรำลึกความทรงจำผ่านอดีตได้ จึงทำให้เทรนด์ในอดีตถูกนำกลับมาใช้ และเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เช่น เทรนด์การแต่งตัว Y2K, เทรนด์การฟังเพลงยุค 90 หรือ เพลง KAMIKAZE 

2. กลุ่ม Numbness

เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้น ทั้งในเรื่องของร่างกายและจิตใจ และการให้ความใส่ใจต่อความสุขตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญลดความสนใจที่มีต่อคนอื่นน้อยลง ยกตัวอย่าง เช่น การติดตามช่องทางการออกกำลังกาย สปา การนวดที่ดูแลตัวเองมากขึ้น หรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและมีประโยชน์ต่อตัวเอง

3. กลุ่ม Hope

เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่คาดหวังถึงอนาคตที่ดีขึ้น และบางคนอาจคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นมา เห็นได้ชัดจากเทรนด์การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Eco-Friendly, เทรนด์เครื่องสำอาง Clean beauty หรือเครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์ นอกจากนี้ยังส่งผลให้หลาย ๆ แบรนด์ออกแคมเปญที่สนับสนุนความเท่าเทียม และ รณรงค์ให้หยุด Cyberbullying เป็นต้น

4. กลุ่ม Cautious Motivation

เป็นกลุ่มผู้บริโภคต้องการกลับไปใช้ชีวิตอีกครั้งเหมือนช่วงที่ยังไม่มีโรคระบาด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่แทบจะไม่ได้ใช้เวลากับเพื่อน ๆ เลย การได้ไปงานคอนเสิร์ต ได้ไปท่องเที่ยว จึงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงและท่องเที่ยวได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้บริโภคกลุ่มนี้


คุณค่าที่ผู้บริโภคต้องการจากแบรนด์

เมื่อเราได้พอทราบข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค 2023 กันไปแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะพัฒนาแบรนด์ สินค้า และบริการของเราให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ซึ่งจากงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2022 ได้มีผู้เชี่ยวชาญนำข้อมูลเกี่ยวกับ Customer Insight 2023 มาแบ่งปันกัน โดยคุณสโรจ เลาหศิริ ได้แบ่งเป็น 4 คุณค่าจากแบรนด์ที่ลูกค้าต้องการไว้ดังนี้

1. คุณค่าของสินค้า (Functional Value)

ผู้บริโภคจะคำนึงถึงว่าสินค้านี้จำเป็นหรือไม่ เมื่อเทียบประโยชน์ คุณภาพและราคาของสินค้า โดยคำนึงถึงคุณค่าที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและความสามารถในการใช้จ่ายเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจซบเซา แต่รายได้เท่าเดิมหรือน้อยลง การซื้อสินค้านี้จำเป็นมากต่อการใช้ชีวิตมากแค่ไหน 

ดังนั้นแบรนด์จะต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด เช่น การหาแคมเปญใหม่ ๆ เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยหลาย ๆ แบรนด์หันมาใช้แคมเปญ BNPL เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้มากที่สุด

2. คุณค่าทางจิตใจ (Emotional Value)

ในช่วงโควิดที่ผ่านมา ผู้บริโภคมีความตึงเครียด และเหนื่อยล้าทั้งทางกายและใจ จึงมองหาสินค้าและบริการที่ช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจ เช่น การไปสปาเพื่อผ่อนคลาย หรือจากข้อมูล Search Google Trend ในช่วง 3 ปี หลังจากสถานการณ์โควิด ชาวญี่ปุ่นค้นหา “Izakaya” (อิซากายะ) คือสถานที่สำหรับการทำกิจกรรมพูดคุย นัดรวมตัวเจอกัน เพิ่มขึ้นเกือบ 3,000 – 4,000% เพราะผู้คนต้องการพลังงานบวกที่จะช่วยเยียวยาจิตใจหลังจากผ่านพ้นวิกฤตมา

3. คุณค่าของความเป็นส่วนตัว (Privacy Value)

ผู้บริโภคในปัจจุบันตระหนักถึงความเป็นส่วนตัว และ PDPA มากขึ้น ยิ่งในปัจจุบันที่มีมิจฉาชีพเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ผู้บริโภคจึงคิดหนักต่อการให้ข้อมูลกับแบรนด์  ดังนั้นหากแบรนด์ต่าง ๆ จะขอข้อมูลของลูกค้า แบรนด์จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เช่น ข้อมูลนำไปใช้อะไร บริษัทที่ขอข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดว่าผู้คนในปัจจุบันกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น คือ การมีบัญชีแอคเคาท์สำหรับใช้ในสื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า 1 บัญชี เช่น บัญชีเพื่อติดต่องาน บัญชีสำหรับใช้ติดต่อครอบครัว เป็นต้น

4. คุณค่าด้านจริยธรรม (Morality Value)

ผู้บริโภคมักจะสนับสนุนแบรนด์สร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคม อย่างการขับเคลื่อนสังคม แต่ไม่ใช่แค่สื่อสารเพียงเพื่อการตลาดแต่ไม่ได้ลงมือทำจริง ๆ ซึ่งแบรนด์จะถูกมองว่าเกาะกระแสทำเพื่อการตลาดเท่านั้น เช่น เทศกาล Pride Month ที่แบรนด์ควรสนับสนุนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ใช้สีรุ้งเพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้สนใจแบรนด์เท่านั้น

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพฤติกรรมผู้บริโภคที่สามารถเป็นไปได้ในปี 2023 หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจอยากสร้างแบรนด์ นอกจากนี้อาจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละ Generation และที่สำคัญสำหรับใครที่อยากสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง และเครื่องหอม ต้อง MEDICOS เลย เพราะเรามีประสบการณ์การผลิตกว่า 40 ปี คุณสามารถคลิกที่นี่เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของเราได้เลย พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Creative Economy Agency (Public Organization). (2565, กันยายน). เจาะเทรนด์์โลก 2023 : CO-TOPIA. https://article.tcdc.or.th//uploads/file/ebook/2565/11/desktop_th/EbookFile_33686_1667795761.pdf

Pigabyte. (2565, 30 กรกฎาคม). ทำความรู้จัก 4 Consumer ปี 2023 ที่จะสร้างเทรนด์สำคัญแห่งอนาคต และ How to Brand จะนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร. Marketingoops. https://www.marketingoops.com/reports/behaviors/4-consumer-2023/

WP. (2565, 2 กรกฎาคม). “Consumer Insight 2023” กับ 4 Value “Functional-Emotional-Privacy-Morality” ที่แบรนด์ต้องคิดใหม่. Marketingoops. https://www.marketingoops.com/reports/consumer-insight-2023/

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.